innoOK Member Card
พฤษภาคม 20, 2013, 12:53:16 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: SMF - Just Installed!
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คอลัมน์ เส้นทางนวัตกรรม: นวัตกรรมหมู่บ้านแห่งขุนเขา(ShanZhai Model#5) บทสรุปความจริงของ Shan  (อ่าน 1331 ครั้ง)
administrator
Administrator
User

ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 848


« เมื่อ: พฤศจิกายน 29, 2011, 03:10:48 PM »

 คอลัมน์ เส้นทางนวัตกรรม: นวัตกรรมหมู่บ้านแห่งขุนเขา(ShanZhai Model#5) บทสรุปความจริงของ ShanZhai 

ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 27 - 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

          บรรยายใต้ภาพ
          พันธพงศ์ ตั้งธีระสุนันท์
          ผู้จัดการโครงการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
          pantapong@nia.or.th

          ShanZhai เริ่มต้นที่ปัญหาและวิเคราะห์ข้อมูล

          ก่อนจะถึงบทสรุปความจริงของ ShanZhai ขอกล่าวถึง 2 เหตุการณ์ ที่มีรูปแบบการคิดและกระบวนการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงกับความต้องการจึงทำให้การแก้ปัญหาผิดรูปผิดร่าง ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

          เหตุการณ์แรกนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมเกือบเอาชีวิตไม่รอดครับ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา ผมเดินทางไปโรงงานผลิตเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมอาหารอยู่ที่อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมกับอาจารย์ที่ปรึกษาและน้องอีกคนหนึ่ง รถเกิดเสียหลักพุ่งลงข้างทาง โดยด้านข้างคนขับไถลและกระแทกกับเสาไฟฟ้า ด้านขวาเฉี่ยวกับจักรยานยนต์ล้มลง คนขี่จักรยานยนต์บาดเจ็บเล็กน้อย โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรมาก เสียหายก็แต่ทรัพย์สินนอกกาย ซึ่งก็มีประกันมาช่วยออกค่าซ่อมต่าง ๆ ให้ทั้งหมด

          แต่เราต้องรอเวลากว่า 4 ชั่วโมง สำหรับการจัดการของเจ้าหน้าที่ฯ ผู้บาดเจ็บ หน่วย...้ภัยเจ้าหน้าที่ประกันภัยและชาวบ้าน ซึ่งกระบวนการของเจ้าหน้าที่ฯ ถือว่าใช้เวลานานเกินไปในการแก้ปัญหา ซึ่งในจังหวะนี้มีกระบวนการที่ทำซ้ำในเรื่องเดียวกันถึง 3 ครั้ง คือ เรื่องการถามว่าใครเป็นคนขับ ขอบัตรประชาชนหมายเลขติดต่อของทั้ง 2 ฝ่าย จาก เจ้าหน้าที่คนที่ 1 ตัวแทนประกัน และสุดท้ายเจ้าหน้าที่ยศร้อยเวร ซึ่งเป็นข้อมูลเดียวกัน ซึ่งเสียเวลาเป็นอย่างมาก ประกอบกับการกรอกหรือรายงานข้อมูลของเจ้าหน้าที่ยังเป็นการบันทึกในสมุดจด เล่มโต ซึ่งไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้เลย

          ในทุกๆ ปัญหาสิ่งสำคัญที่สุด คือ "ข้อมูล" ในที่นี้คือข้อมูลตัวรถ บุคคลที่ประสบเหตุ ซึ่ง ณ ที่เกิดเหตุนั้นไม่มีข้อมูลใด ๆ ทั้งสิ้น หรือมีก็เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือเพียงพอต่อการแก้ปัญหาก็เลยช้าและสับสนไปหมด และยังมีการทำงานที่ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีก

          เหตุการณ์ ที่ 2 คือสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกรูปแบบการแก้ปัญหาน้ำท่วมถือว่าล้มเหลว นิคมอุตสาหกรรมสำคัญระดับชาติ 2-3 แห่งที่ถูกน้ำพุ่งเข้าใส่เต็มที่พื้นที่ทั้งที่บางแห่งมีเวลารับมือและ เตรียมการที่จะป้องกัน ยกตัวอย่างเช่น นิคมอุตสาหกรรมบ้างหว้า มูลค่าการลงทุนกว่า 65,000 ล้านบาท แต่ไม่สามารถป้องกันได้ เพียงเพราะการแก้ปัญหาที่แนวกำแพง กระสอบทราย และคันดินกั้นน้ำแบบธรรมดา ซึ่งมองอย่างไรก็ไม่สามารถป้องกันได้ หากมองว่าการลงทุนสำหรับการป้องกันทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลนี้คิดเพียงแค่ 1% ของมูลค่าการลงทุนทั้งนิคมฯ ก็ต้องใช้ "ระบบการป้องกันน้ำท่วม" ที่ต้องใช้กว่า 600 ล้านบาท จึงจะมีโอกาสรอด

          ทั้งนี้ การแก้ปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งนี้ถือว่าล้มเหลวในทุกวิธีการ และในวันที่ผมเกือบเอาชีวิตไม่รอดกับทั้ง 2 เหตุการณ์ที่เจอ อาจารย์ที่ปรึกษาผมพูดออกมาว่า "เวลานี้คนเก่งหายไปไหนกันหมด"

          ณ จุดนี้ "ข้อมูล" อย่างเดียวไม่พอ ต้องรวมการแปลผลข้อมูลหรือทำการวิเคราะห์และจำลองข้อมูลหรือ Data Mining (การทำเหมืองข้อมูล) เพื่อนำไปสู่การจัดการและแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ ผมขอยกภาพตัวอย่างของระบบการป้องกันน้ำท่วมในต่างประเทศเรียกว่า Flood Barrier Systems หากทำการค้นหาก็จะเจอภาพวิธีการหรือรูปแบบการแก้ปัญหามากมาย เช่น ใช้ถุงพลาสติกขนาดใหญ่ ใช้ก้อนยางพาราที่มีความยืดหยุ่นและสามารถป้องกันน้ำได้ หรือการสร้างพนังกำแพงคอนกรีต เป็นต้น หากเรานำมาใช้หรือทำการเลียนแบบและเรียนรู้ ก็จะทำให้เรามีแนวทางหรือวิธีการแก้ที่หลากหลายและจะทำให้ช่วยลดปัญหาที่ภาคอุตสาหกรรมประสบกัน

          ความจริงของการเลียนแบบ เรียนรู้ และสร้างสรรค์นั้น สะท้อนถึงกระบวนการจัดการ กระบวนการคิดสร้างสรรค์และการจัดการนวัตกรรมได้เป็นอย่างดี กล่าวคือ ShanZhai นั้นมี "ข้อมูล" ความต้องการตลาดและส่งต่อไปยังการคิดวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อทำการตอบโจทย์ลูกค้า รวมถึงการสร้างห่วงโซ่มูลค่าที่จะส่งเสริมให้บริษัทเครือข่ายมีคำสั่งการ ผลิตอย่างต่อเนื่อง จนสามารถพัฒนาตัวเองได้จนสามารถก้าวไปสู่ผู้นำในธุรกิจต่าง ๆ ได้ เช่น Lenovo ก้าวเป็นอันดับสองในตลาดคอมพิวเตอร์ของโลก เป็นต้น

          ท้ายสุดแล้ว ShanZhai ยังมีรัฐบาลที่อยู่เคียงข้างในการช่วยและส่งเสริมอย่างจริงจัง เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นแบบทุนนิยมจัดการที่หมายถึงรัฐ พยายามช่วยและส่งเสริมภาคเอกชนในรูปแบบตามทิศทางที่กำหนด จึงจะสามารถบริหารจัดการเงินทุนได้มีประสิทธิภาพ

         "ของก๊อป" มีเสน่ห์ตรงที่อย่างแรกสุดคือความไม่เหมือนทั้งหมด ถัดมาคุณภาพตามราคา สุดท้ายร้อยทั้งร้อยสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดลิขสิทธิ์
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.13 | SMF © 2006-2009, Simple Machines LLC Valid XHTML 1.0! Valid CSS!