คอลัมน์ เส้นทางนวัตกรรม: นวัตกรรมหมู่บ้านแห่งขุนเขา(ShanZhai Model#5) บทสรุปความจริงของ ShanZhai
ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 27 - 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
บรรยายใต้ภาพ
พันธพงศ์ ตั้งธีระสุนันท์
ผู้จัดการโครงการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
pantapong@nia.or.th ShanZhai เริ่มต้นที่ปัญหาและวิเคราะห์ข้อมูล
ก่อนจะถึงบทสรุปความจริงของ ShanZhai ขอกล่าวถึง 2 เหตุการณ์ ที่มีรูปแบบการคิดและกระบวนการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงกับความต้องการจึงทำให้การแก้ปัญหาผิดรูปผิดร่าง ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
เหตุการณ์แรกนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมเกือบเอาชีวิตไม่รอดครับ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2554 ที่ผ่านมา ผมเดินทางไปโรงงานผลิตเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมอาหารอยู่ที่อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมกับอาจารย์ที่ปรึกษาและน้องอีกคนหนึ่ง รถเกิดเสียหลักพุ่งลงข้างทาง โดยด้านข้างคนขับไถลและกระแทกกับเสาไฟฟ้า ด้านขวาเฉี่ยวกับจักรยานยนต์ล้มลง คนขี่จักรยานยนต์บาดเจ็บเล็กน้อย โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรมาก เสียหายก็แต่ทรัพย์สินนอกกาย ซึ่งก็มีประกันมาช่วยออกค่าซ่อมต่าง ๆ ให้ทั้งหมด
แต่เราต้องรอเวลากว่า 4 ชั่วโมง สำหรับการจัดการของเจ้าหน้าที่ฯ ผู้บาดเจ็บ หน่วย...้ภัยเจ้าหน้าที่ประกันภัยและชาวบ้าน ซึ่งกระบวนการของเจ้าหน้าที่ฯ ถือว่าใช้เวลานานเกินไปในการแก้ปัญหา ซึ่งในจังหวะนี้มีกระบวนการที่ทำซ้ำในเรื่องเดียวกันถึง 3 ครั้ง คือ เรื่องการถามว่าใครเป็นคนขับ ขอบัตรประชาชนหมายเลขติดต่อของทั้ง 2 ฝ่าย จาก เจ้าหน้าที่คนที่ 1 ตัวแทนประกัน และสุดท้ายเจ้าหน้าที่ยศร้อยเวร ซึ่งเป็นข้อมูลเดียวกัน ซึ่งเสียเวลาเป็นอย่างมาก ประกอบกับการกรอกหรือรายงานข้อมูลของเจ้าหน้าที่ยังเป็นการบันทึกในสมุดจด เล่มโต ซึ่งไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้เลย
ในทุกๆ ปัญหาสิ่งสำคัญที่สุด คือ "ข้อมูล" ในที่นี้คือข้อมูลตัวรถ บุคคลที่ประสบเหตุ ซึ่ง ณ ที่เกิดเหตุนั้นไม่มีข้อมูลใด ๆ ทั้งสิ้น หรือมีก็เป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือเพียงพอต่อการแก้ปัญหาก็เลยช้าและสับสนไปหมด และยังมีการทำงานที่ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีก
เหตุการณ์ ที่ 2 คือสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกรูปแบบการแก้ปัญหาน้ำท่วมถือว่าล้มเหลว นิคมอุตสาหกรรมสำคัญระดับชาติ 2-3 แห่งที่ถูกน้ำพุ่งเข้าใส่เต็มที่พื้นที่ทั้งที่บางแห่งมีเวลารับมือและ เตรียมการที่จะป้องกัน ยกตัวอย่างเช่น นิคมอุตสาหกรรมบ้างหว้า มูลค่าการลงทุนกว่า 65,000 ล้านบาท แต่ไม่สามารถป้องกันได้ เพียงเพราะการแก้ปัญหาที่แนวกำแพง กระสอบทราย และคันดินกั้นน้ำแบบธรรมดา ซึ่งมองอย่างไรก็ไม่สามารถป้องกันได้ หากมองว่าการลงทุนสำหรับการป้องกันทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลนี้คิดเพียงแค่ 1% ของมูลค่าการลงทุนทั้งนิคมฯ ก็ต้องใช้ "ระบบการป้องกันน้ำท่วม" ที่ต้องใช้กว่า 600 ล้านบาท จึงจะมีโอกาสรอด
ทั้งนี้ การแก้ปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมครั้งนี้ถือว่าล้มเหลวในทุกวิธีการ และในวันที่ผมเกือบเอาชีวิตไม่รอดกับทั้ง 2 เหตุการณ์ที่เจอ อาจารย์ที่ปรึกษาผมพูดออกมาว่า "เวลานี้คนเก่งหายไปไหนกันหมด"
ณ จุดนี้ "ข้อมูล" อย่างเดียวไม่พอ ต้องรวมการแปลผลข้อมูลหรือทำการวิเคราะห์และจำลองข้อมูลหรือ Data Mining (การทำเหมืองข้อมูล) เพื่อนำไปสู่การจัดการและแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ ผมขอยกภาพตัวอย่างของระบบการป้องกันน้ำท่วมในต่างประเทศเรียกว่า Flood Barrier Systems หากทำการค้นหาก็จะเจอภาพวิธีการหรือรูปแบบการแก้ปัญหามากมาย เช่น ใช้ถุงพลาสติกขนาดใหญ่ ใช้ก้อนยางพาราที่มีความยืดหยุ่นและสามารถป้องกันน้ำได้ หรือการสร้างพนังกำแพงคอนกรีต เป็นต้น หากเรานำมาใช้หรือทำการเลียนแบบและเรียนรู้ ก็จะทำให้เรามีแนวทางหรือวิธีการแก้ที่หลากหลายและจะทำให้ช่วยลดปัญหาที่ภาคอุตสาหกรรมประสบกัน
ความจริงของการเลียนแบบ เรียนรู้ และสร้างสรรค์นั้น สะท้อนถึงกระบวนการจัดการ กระบวนการคิดสร้างสรรค์และการจัดการนวัตกรรมได้เป็นอย่างดี กล่าวคือ ShanZhai นั้นมี "ข้อมูล" ความต้องการตลาดและส่งต่อไปยังการคิดวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อทำการตอบโจทย์ลูกค้า รวมถึงการสร้างห่วงโซ่มูลค่าที่จะส่งเสริมให้บริษัทเครือข่ายมีคำสั่งการ ผลิตอย่างต่อเนื่อง จนสามารถพัฒนาตัวเองได้จนสามารถก้าวไปสู่ผู้นำในธุรกิจต่าง ๆ ได้ เช่น Lenovo ก้าวเป็นอันดับสองในตลาดคอมพิวเตอร์ของโลก เป็นต้น
ท้ายสุดแล้ว ShanZhai ยังมีรัฐบาลที่อยู่เคียงข้างในการช่วยและส่งเสริมอย่างจริงจัง เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นแบบทุนนิยมจัดการที่หมายถึงรัฐ พยายามช่วยและส่งเสริมภาคเอกชนในรูปแบบตามทิศทางที่กำหนด จึงจะสามารถบริหารจัดการเงินทุนได้มีประสิทธิภาพ
"ของก๊อป" มีเสน่ห์ตรงที่อย่างแรกสุดคือความไม่เหมือนทั้งหมด ถัดมาคุณภาพตามราคา สุดท้ายร้อยทั้งร้อยสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดลิขสิทธิ์