Green Fair’10 มหกรรมวิถีสีเขียว
หลากหลายเพื่อสมดุลโลก
ประเทศไทยนับเป็นประเทศหนึ่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง ทั้งพืชและสัตว์ซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องและเกื้อหนุนระบบนิเวศน์ให้มีความสมดุล เกิดเป็นความอุดมสมบูรณ์ แต่ปัจจุบันวิถีชีวิตคนในสังคมไทยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อันเป็นผลมาจากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความเจริญเหล่านี้ส่งผลต่อการเบียดเบียน และการทำลายทรัพยากรทั้งทางตรงและทางอ้อม ทำให้สังคมไทยละเลยความเชื่อมโยงกับระบบนิเวศน์ท้องถิ่น ทั้งที่แท้จริงแล้วมนุษย์ยังต้องอาศัยธรรมชาติ และต้องมีชีวิตที่สอดคล้องกับการหมุนเวียนเปลี่ยนตามวัฏจักรของดิน น้ำ อากาศ และสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ดังนั้น มนุษย์จึงจำเป็นต้องหาวิธีดูแลระบบนิเวศน์ท้องถิ่นให้สมดุลอย่างยั่งยืนและมั่นคง จึงก่อเกิดเป็น “วิถีสีเขียว” ซึ่งมีแนวคิดมาจากการเกษตรแบบธรรมชาติหรือเกษตรอินทรีย์
“เกษตรอินทรีย์” หรือ “เกษตรธรรมชาติ” เป็นวิถีสีเขียวในการทำเกษตรด้วยแนวทางตามธรรมชาติ อาศัยความเชื่อมโยงระหว่างคนกับธรรมชาติ ด้วยพลังจากดิน น้ำ อากาศ กลายเป็นผลผลิต เพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนให้เติบโตทั้งพลังกายและพลังใจ เป็นมิติที่กว้างกว่าการหาอยู่หากินและการรักษาสิ่งแวดล้อม แต่ครอบคลุมไปถึงการเลือกเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิต และการเกื้อ...ลกันของคนในสังคม เป็นมิติที่ลึกกว่าการอิงอาศัยธรรมชาติ นั่นคือ มิติทางด้านจิตวิญญาณและวัฒนธรรม “เกษตรอินทรีย์” จึงน่าจะเป็นคำตอบหนึ่งในการดูแลทรัพยากร และการดำรงอยู่ของคนในปัจจุบัน
ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายตลาดสีเขียว บริษัท สวนเงินมีมา จำกัด จึงร่วมกับองค์กรธุรกิจสีเขียว เครือข่ายผู้ผลิต และชุมชนเกษตรกรผลิตภัณฑ์อินทรีย์ทั่วประเทศ จัดงานแสดงผลิตภัณฑ์อินทรีย์และผลผลิตตลาดสีเขียวชุมชน (Green Fair) ขึ้นครั้งแรกในปี 2007 เพื่อให้คนหันมาตระหนักและใส่ใจในเรื่องของ สุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ การจัดงาน Green Fair’ 07 เปรียบเสมือนการผลิบานของเหล่าบรรดาพืชพันธุ์ต่างๆ ซึ่งการที่พืชพันธุ์เหล่านั้นจะเจริญเติบโตได้อย่างมั่นคงและแข็งแรงกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ได้ต้องอาศัยการดูแลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการจัดงาน Green Fair’08 และ Green Fair’ 09 ตามมา โดยในปี 2010 ก็ได้มีการจัดงาน Green Fair ขึ้นอีกเช่นเดิม ซึ่งถือเป็นการก้าวเดินอย่างมั่นคง
คุณพวงทอง เจริญไพโรจนวงศ์ ผู้อำนวยการโครงการงานแสดงผลิตภัณฑ์อินทรีย์และผลผลิตตลาดสีเขียวชุมชน กล่าวว่า Green Fair’10 จะมีขึ้น ระหว่างวันที่ 16-19 ธันวาคม 2553 ณ สวนลุมพินี เป็นการจัดงานครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิดวิถีสีเขียว-ความหลากหลายเพื่อสมดุลโลก เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงวิถีชีวิตที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกและผู้คนในอนาคต ด้วยการเชื่อมโยงระหว่างวิถีคนเมืองกับความหลากหลายทั้งด้านชีวภาพ วัฒนธรรม และวิถีชุมชน อันจะนำไปสู่การสร้างวิถีชีวิตให้สอดคล้องกับธรรมชาติพร้อมสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับเกษตรกรเกษตรอินทรีย์ต่อไป
ทั้งนี้ ภายในงานมีกิจกรรมสร้างความรู้ ความเข้าใจในมิติด้านจิตวิญญาณและวัฒนธรรม เช่น วิถีการกิน การอยู่ โดยมีผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ สินค้า และหัตถกรรมชุมชนให้เลือกสรรกว่า 3,000 รายการ เพื่อมุ่งเน้นให้ตระหนักในวิถีการกินที่ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม การปลูกจิตสำนึกใหม่ด้านพลังงานผ่านนิทรรศการด้านการปฏิวัติเพื่อวิถีสีเขียว (7SEVEN GREEN REVOLUTION) ตลาดชุมชนและวัฒนธรรมแต่ละภูมิภาค นิทรรศการด้านเมล็ดพันธุ์ กาดโบราณ ร้านกรีนต้นแบบ การปลูกข้าวในเมือง เพื่อให้การอยู่ การคิด และการใช้ชีวิตที่มีคุณค่า
การเสวนาหัวข้อ “วิถีสีเขียว- ความหลากหลายเพื่อสมดุลโลก” และ “การเห็นความสุขในวิถีเรียบง่าย” เชื่อมโยงกายและใจด้วยการเพิ่มความสุนทรีย์ในการรับฟังดนตรีสร้างโลกกับนักดนตรีสีเขียวสร้างสุข พร้อมกิจกรรมจรรโลงใจมากมาย การแสดงภาพวาดสีน้ำ เวทีพื้นบ้าน กิจกรรม DIY ลานศิลปะเพื่อเยาวชนและครอบครัว นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังจะได้พบกับข้าวใหม่กว่าร้อยสายพันธุ์ อาทิ ข้าวหอมนิล ข้าวหอมดอย ฯลฯ ในเทศกาลข้าวใหม่ ภายใต้แนวคิด ข้าวใหม่-ปลามัน-ปลูกผักกินเอง
หนึ่งในผู้สนับสนุนกิจกรรมนี้ คือ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) [สนช.] ซึ่งได้ดำเนินงานในยุทธศาสตร์ด้านธุรกิจเกตษรอินทรีย์มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีบทบาทในการสร้างเครือข่ายวิสาหกิจ นักวิชาการ เมธีส่งเสริมนวัตกรรม และผู้ประกอบการด้านเกษตรอินทรีย์ให้มีความร่วมมือกันอย่างจริงจัง และผลักดันให้เกิดการลงทุนในธุรกิจนวัตกรรม รวมทั้งหมด 33 โครงการ อาทิ โครงการร้านกรีนต้นแบบสำหรับผลิตภัณฑ์อินทรีย์ โครงการผลิตเนื้อโคอินทรีย์ควบคู่กับการพัฒนามาตรฐานปศุสัตว์อินทรีย์และปศุสัตว์ธรรมชาติ โครงการผลิตสารสกัดจากสะเดาคุณภาพสูง โครงการรีสอร์ทเกษตรอินทรีย์ โครงการผลิตสบู่อินทรีย์ ฯลฯ รวมเป็นวงเงินสนับสนุนทั้งสิ้น 26,582,572 บาท คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 277,379,620 บาท
นอกจากนี้ สนช. ในฐานะองค์กรผู้รับผิดชอบในยุทธศาสตร์การเสริมสร้างและจัดการองค์ความรู้และนวัตกรรมเกษตรอินทรีย์ ที่ผ่านมาจึงได้เข้าร่วมกิจกรรม Green Fair ตั้งแต่ปี 2008 โดยมุ่งหวังให้เกิดการส่งเสริมให้มีการสร้างความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ ทั้งต่อผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และประชาชนทั่วไปในวงกว้าง
พบกับนวัตกรรมด้านเกษตรอินทรีย์ที่สามารถก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มในเชิงพาณิชย์ ยกระดับให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพกายและใจ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-622-0955 , 02-622-2495-6 หรือ
www.greenfair.in.th